Exchange within 30 days | สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ภายใน 30 วัน
Free shipping on orders over 500 THB | ส่งฟรี เมื่อสั่งซื้อสินค้าครบ 500 บาท
Exchange within 30 days | สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ภายใน 30 วัน /Free shipping on orders over 500 THB | ส่งฟรี เมื่อสั่งซื้อสินค้าครบ 500 บาท

The Reflection Of Yourself พัด ชนุดม สุขสถิตย์ Queer Icon หัวขบถผู้มาพร้อมสไตล์อันไร้ขีดจำกัด

Posted in

คุณไม่สามารถมากำหนดว่าฉันคือเพศใหม่ แล้วคุณคือ original อ่ะค่ะ มนุษย์ทุกคน original ในตัวเองค่ะ เราควรเคารพกันในเรื่องนี้

พัด ชนุดม สุขสถิตย์ นักร้องนำวงชนุดมและ Queer Icon สุดเฟียซกับบทสัมภาษณ์มันส์ๆจาก Hamburger Studio ถึงบทบาทการเป็นศิลปินวงร็อค ทัศนคติที่สร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคนกล้าก้าวออกจากกรอบของสังคมเพื่อค้นหาอิสรภาพและทดลองทำในสิ่งที่หัวใจต้องการ รวมทั้งสไตล์การแต่งตัวสุด edgy อันเป็นเอกลักษณ์ที่มักปรากฎให้เราเห็นบนเวทีในลุคเท่แซ่บ เมคอัพแน่น และรองเท้าส้นสูงซิกเนเจอร์ เรียกได้ว่ากล้าฉีกทุกกฎเกณฑ์ทางเพศแบบโนแคร์ โนสน! ถ้าพร้อมแล้ว ตามเราไปชมวิดีโอสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกันได้ที่นี่เลยค่ะ

จากแนวเพลงแบบ Theatrical Rock และ Live performance บนเวทีที่มีสไตล์โดดเด่น แตกต่าง และเป็นของตัวเองจัดๆของชนุดม เราคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการส่งแมสเสจอะไรไปถึงผู้ชมได้บ้าง?

เราคิดว่าการที่เราได้เขียนเพลงเองคือสิ่งหนึ่งที่เราจะมีโอกาสกระจายเสียงที่เราอยากจะพูดออกไป คือเราใช้ชนุดมเนี่ยค่ะเป็นตัวสื่อว่า ‘เพศ’ ไม่ได้เป็นตัวกำหนดบทบาทหรือวิถีชีวิตของเรา เราใช้ตัวเองเป็นแมสเสจบอกใครก็ตามที่กำลังติดตามเราอยู่ให้รับรู้ว่าคุณสามารถเป็นได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศใดก็ตาม มีเพลงๆหนึ่งที่เราเขียนขึ้นมาจากแรงกระทบกระทั่งก็คือเพลง ‘คนบาป’ ที่พูดถึงตัวตน การให้เกียรติซึ่งกันและกันระหว่างเพื่อนมนุษย์ ในเอ็มวีเราเอาพี่คนหนึ่งมาเล่นซึ่งเขาสักเต็มตัว คือแค่เขาเดินออกจากบ้านตำรวจก็เรียกเขาแล้วอ่ะ มันถูก judge ไปหมด เรารู้สึกว่ามนุษย์ทุกคนมีส่วน Sensitive ตรงนี้อ่ะค่ะ มันอาจมีสิ่งที่เขาชอบแต่ไม่กล้าแสดงมันออกมาเพราะรู้สึกว่าโลกภายนอกมันมีแพทเทิร์นแบบเดิม คราวนี้พอมีอะไรที่มันแตกต่างเกิดขึ้นปุ๊บ เขาก็ไม่กล้าที่จะเอาออกมา มันทำให้ความ creativity มันหายไปหมดเลย เราก็เลยคิดว่าเราอยากทำตรงนี้ออกมาเพื่อให้โลกมันสดใสมากขึ้น ให้โลกมันมีสีสัน มีอะไรแปลกใหม่เกิดขึ้นบ้าง

การที่เราเปิดตัวเป็น Queer หรือ Sexual Fluid ในยุคที่สังคมยังไม่เปิดกว้างเท่าไหร่แบบนี้ เคยทำให้เราถูก Bullying หรือกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองบ้างมั้ย? แล้วเรามีวิธีรับมือกับมันยังไง?

จริงๆแล้วคนส่วนใหญ่ถามตลอดเวลาว่า ‘พัดเป็นเพศอะไร’ ถ้าจำกัดความให้ง่ายโดยที่ไม่ต้องใช้กึ๋นมากที่สุด ใช่ ฉันเป็นเพศที่สาม ตุ๊ด เกย์ กระเทยอะไรก็ว่าไป แต่เรารู้สึกว่าจริงๆแล้ว คำตอบของในหัวใจเรามีอยู่แล้วเราไม่สามารถระบุได้ว่ามันคืออะไร เพราะว่าการที่เราบอกว่า ใช่ฉันเป็นตุ๊ด คุณก็จะ Judge เราเลยว่าเราจะต้องเต้นแบบนี้ เราจะต้องกรี๊ดกร๊าดโวยวาย เราจะต้องพูดจาแบบนี้ หรือเราจะต้องตลกแบบนี้ ซึ่งจริงๆแล้วตรงนั้นมันทำให้เราอยู่ในกรอบมาก ในกรอบหมายถึงเราไม่มีโอกาสที่จะได้พิสูจน์เลยว่าเราเก่งทางด้านไหนได้ เราไม่สามารถบอกโลกใบนี้เลยว่าฉันสามารถเป็นอย่างนี้ได้ อย่างอื่นด้วย แบบที่คนอื่นที่เพศอื่นก็เป็นกัน เราเลยบอกว่าถ้าให้พูดจริงๆ เราไม่มีตรงนั้น เราไม่มีเพศตรงนั้นที่จะมาจำกัดเราค่ะ

การถูกเรียกว่า ‘อีตุ๊ด’ ช่วงแรกๆมันก็มีอย่างเช่น เฮ้ย งานเพลงมิวสิควิดีโอเพลงดีหมดเลยแต่เสียดายเป็นตุ๊ดเป็นเกย์ ฟังแรกๆเราก็นอยด์มากๆไปช่วงหนึ่งเลย แต่สุดท้ายแล้วเรากลับมานั่งคุยกับตัวเอง กลับมานั่งคิดแล้วเราก็รู้สึกว่ามันก็ไม่ต่างกับที่คนเรียกว่า ไอ้ผู้ชาย ไอ้ผู้หญิง หรอกมันก็แค่เพศสภาพที่เขามองเห็น ซึ่งสิ่งที่จะเอาชนะคำพูดเหล่านี้ได้หรือทำให้คนจะมองข้ามเรื่องเหล่านี้ไปได้คือการที่คนมองเห็นผลงาน เห็นคุณค่าว่าเราทำอะไรอยู่ มนุษย์ทุกคนเป็นอย่างนี้เหมือนกัน ไม่ว่าคุณเองก็หรือคนที่ดูอยู่เองก็ตาม ต่อให้ไม่เป็นเพศเดียวกันแบบเรา เขาก็ต้องเจอคนดูถูกเหมือนๆกัน ดังนั้นเราจัดการกับมันโดยเริ่มที่ขจัดความคิดของตัวเอง คุยกับตัวเองว่าเรากำลังทำอะไร คือขอแค่เราเชื่อในตัวเองก็พอ

แฟนคลับส่วนใหญ่ของเราเป็นคนกลุ่มไหนบ้าง

บางครั้งคิดว่า อ่ะ! ชนุดมต้องมีแฟนคลับเป็นตุ๊ดหรือไม่ก็ผู้หญิง แต่จริงๆแล้วคือผู้ชาย ผู้ชายแบบแมนๆเลย มีครั้งหนึ่งที่เราไปเล่นคอนเสิร์ตแล้วมี ผู้ชายก็จะแซว วู้ๆๆ เราก็แบบ คนที่แซวเมื่อกี่เจอกันหลังเวทีนะคะ ดิฉันเรียนต่อยมวยมา ทุกคนก็เงียบไป หลังจากนั้น กลุ่มผู้ชายพวกนั้นก็เดินมาที่หลังเวทีตอนจบ เราก็คิด เอาแล้วว่ะ! แม่งจะมาต่อยฉันแน่ๆ5555 ปรากฏว่าเขาเดินมาแล้วพูดว่า ‘พี่..พี่เป็นตุ๊ดที่โคตรเท่ห์เลย’ มันก็เลยทำให้มัน เออ.. ทลายอะไรบางอย่างได้ค่ะว่าฉันเป็นแบบ นี้แล้วคนที่จะสนใจฉันจะต้องเป็นแบบเดียวกับฉัน ไม่เลยค่ะ มันทำให้คนมองข้ามตรงนี้ไปแล้วมองที่คุณค่าของผลงานมากกว่า

ความสัมพันธ์กับเพื่อนๆในวงเป็นยังไงบ้างคะ

อิสระทางดนตรีและการให้เกียรติซึ่งกันและกันคือสิ่งสำคัญที่สุด อย่างพี่คนนึงในวงมีไอคอนเป็นแบบวงดนตรีร็อคจ๋ามาเลย ในขณะที่เรามีพุ่มพวง ดวงจันทร์ Amy Winehouse, Rihanna, St. Wincent มือเบสสุดเปรี้ยว, FKA Twig เป็นไอคอนงี้ เพราะฉะนั้นต่างคนต่างไม่ทำร้ายกัน ต่างคนต่างยอมรับในสิ่งที่แต่ละคนเป็น ดนตรีจึงกลายเป็นสิ่งที่เชื่อมเราเข้าด้วยกัน กลายเป็นเวลาแต่งตัวไป perform เค้าแต่งกันหนักมากจนเราต้องเข้าห้างไปซื้อชุดใหม่ไม่งั้นแพ้! คือต่างคนต่างเปิดจนตอนนี้กำลังหาประตูปิดกันอยู่เนี่ย 5555

พอเราไม่มีกรอบ เราเห็นตัวเองเยอะมาก มันทำให้เราเลือกที่จะกล้าใส่สีนั้น สีนี้ แล้วเราก็จะรู้จักตัวเองมากขึ้น เรารู้สึกว่ามันเป็นวิธีการอย่างหนึ่งในการเรียนรู้ในการใช้ชีวิต

พูดถึงสไตล์การแต่งตัวของเรากันบ้างดีกว่า อยากรู้ว่าพัดได้แรงบันดาลใจมาจากอะไรถึงแต่งตัวได้แซ่บแรงเบอร์นี้ แล้วมีชุดไหนบ้างที่เราใส่ขึ้นโชว์บนเวทีแล้วคนดูข้างล่างแบบอื้อหือออ

สไตล์ของเราเริ่มต้นจากการรู้จักร่างกายตัวเองก่อนว่าถ้าทรงกางเกงแบบนี้ หุ่นแบบนี้ ในช่วงเวลาตอนนี้ที่เราอ้วนขึ้นหรือผอมลงก็ตามเราต้องใส่อะไรถึงจะออกมาดูดี อันนี้คือสำคัญ สไตล์ของเรามันออกมาจากสำเนียงของเรา ซึ่งเราไม่เคยยึดภาพว่าจะต้องแต่งตัวยังไง ในวันปกติเราสามารถแต่งตัวชิลๆเป็นผู้ชายได้เลยแต่จะคุมโทนนิดนึง เช่น เสื้อยืดตัวใหญ่ๆ กางเกงยีนส์ขาสั้น เพราะบ้านเรามันร้อน ถ้าออกจากบ้านจะมีสร้อยคอ แว่นตานิดนึง พร้อมรอยยิ้มนางงามแบบมารีญา 555555 คือเราก็แค่เป็นตุ๊ดปกติที่รักการแต่งตัว แต่งแบบที่เราชอบ เราจะแต่งตัวเป็นหญิงหรือชายก็ได้แสดงออกแบบหญิงหรือชายก็ได้ แต่ใส่ส้นสูงนะ ไม่มีโชว์ไหนที่ไม่ใส่ส้นสูง มันคือกิมมิคของเราอ่ะ พอไม่ได้ใส่ละดูไม่เป็นตัวเองทันที แต่พอใส่ละแบบ hey honeyyy

จริงๆพัดมีสไตล์ไอคอนหลายหลายคนมากกก แต่ถ้าด้านแฟชั่นเราชอบ Amy Winehouse เรารู้สึกว่าเขาเป็นคนที่มินิมัลง่ายมาก ไม่ได้ตั้งใจแต่งมาว่าต้องอยู่ในเทรนด์ หยิบเดรสโง่ๆมาตัวนึงพร้อมแต่งหน้าเองทำผมรังผึ้งเองคือมันโคตรไอคอนอ่ะ เพราะมันมาจากตัวเขาเองล้วนๆเลย

ส่วนชุดที่ใส่ขึ้นเวทีแล้วคนดูว้าวน่าจะเป็นลุคเสื้อกล้ามสีดำโชว์บอดี้กับกางเกงเอวสูงพู่ๆที่มีความพริ้วสร้างมูฟเมนท์ แบบมันสร้างความเอ็นเตอร์เทนให้คนดีอ่ะ

จากแคมเปญ The Reflection of Yourself ของเราที่อยากให้ทุกคนร่วมกันลุกขึ้นมาสนุกไปกับสไตล์ที่แสดงถึงตัวตนที่แท้จริงให้โลกได้เห็นในสิ่งที่เราเป็น พัดคิดว่าอะไรคือสิ่งที่สะท้อนถึงตัวตนของเราได้ดีที่สุด

สำหรับตัว พัด ชนุดม คนนี้นะคะ ความเป็นตัวตนจริงๆแล้วมันเริ่มจากการที่เรารู้ว่าเราชอบอะไร เรารู้ว่าเราอยากทำอะไร เรารู้ว่าเรามีความสุขกับอะไร เรารู้ว่าเราเป็นส่วนผสมของอะไร แล้วทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากจะมีชีวิตอยู่ตรงนั้นยังไงต่อ มันทำให้พัดมั่นใจขึ้นอ่ะค่ะว่าพัดจะก้าวไปข้างหน้ายังไง และมั่นใจในการเลือกชอบในสิ่งที่คนอื่นอาจจะไม่ชอบ เพราะว่าพัดอาจจะชอบแต่งตัวแบบนี้โดยที่คนอื่นอาจจะมองว่ามันประหลาด แต่พัดไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน หรือทำให้คนอื่นต้องเงินเดือนน้อยลง หรือทำให้คนอื่นต้องชีวิตแย่ลงหรือป่วยขึ้น นั้นถ้าสมมุติป่วยทางจิตใจนั้นคือคุณเองมันไม่ใช่เรา ถ้าป่วยทางร่างกายโอเค ฉันเป็นแบคทีเรียค่อยมาว่ากัน 55555

Reflection of yourself สำหรับพัดคือ ‘การไม่มีกรอบ’ ในที่นี้หมายถึงการขยันที่จะค้นหาตัวเองไปเรื่อยๆ แฮปปี้ที่ได้เจอกับสิ่งแปลกใหม่ เพราะเราไม่เคยจำกัดตัวเองว่าฉันจะต้องฟังเพลงแบบนี้เท่านั้น ฉันจะต้องใส่สีดำเท่านั้น ฉันจะต้องแต่งตัวแบบนี้เท่านั้น ฉันจะต้องกินแบบนี้เท่านั้น เรารู้สึกว่านี่คือการค้นหาตัวเองไปเรื่อยๆ ได้ทดลองสิ่งใหม่ๆ เราได้เห็นอะไรใหม่ๆ โดยที่เราไม่เอาคำของคนอื่นมาตัดสินตัวเองว่าเราต้องอยู่แค่เท่านี้ เราไม่เชื่อเลย พวกนี้พังทลายได้หมดเลย ฉันสามารถไฟท์ได้หมดเลย เราให้ค่ากับตัวเอง เรามองว่าเราทำอะไรได้หลายสิ่งหลายอย่างมาก เรามองว่าเราสามารถหยุดได้และไปต่อได้จากการที่เรากล้าที่จะค้นหาตัวเอง เราพูดได้เลยว่ามันเหนื่อยมาก มันเจ็บปวดมาก แต่ถ้าเราจะเกิดมาครั้งหนึ่งแล้วเราไม่รู้สึกตรงนี้เราก็ถือว่ายังไม่ไฟท์พอ เพราะฉะนั้น Reflection of myself ของพัดก็คือ การไม่มีกรอบ การที่จะก้าวไปข้างหน้า

Share this content on:
0
Shared

About Belle

A full-time writer, part-time wanderer and all time dreamer who always seek inspiration in life to feel deeply connected to other people's stories and enjoy loving fashion, movie, music, art ...

btt